ธอร์กานฮีโร่! “เบลเยี่ยม” เฉือนแชมป์เก่าผ่านเข้า 8 ทีม

เกมการแข่งขัน ระหว่าง ขุนพลปีศาจแดงดำแห่งยุโรป ทีมชาติ เบลเยี่ยม กับ ขุนพลฝอยทอง ทีมชาติ โปรตุเกส ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเล่นกันที่สนาม ลา การ์ตูฆา,เมืองเซบีย่า ประเทศสเปน ในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา

เกมนี้ ทีมชาติ เบลเยี่ยม ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ มาเล่นในระบบ 3-4-2-1 นำทีมโดย เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางเพลย์เมกเกอร์จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวจี๊ดจากเรอัล มาดริด และ โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวความหวังของทีมจากอินเตอร์ มิลาน

ขณะที่ทางฝั่ง ทีมชาติ โปรตุเกส ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ แฟร์นานโด้ ซานโตส มาเล่นในระบบ 4-3-3 นำทีมโดย รูเบน ดิอาส ปราการหลังตัวเก่งจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชูเอา มูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ตัวสร้างสรรค์เกมจากวูล์ฟแฮมป์ตัน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าเทพประทานจากยูเวนตุส

นาที 5

เปิดฉากเกมมา เป็นทางฝั่งทีมชาติ โปรตุเกส ที่ได้ทักทายก่อนเลย เป็นจังหวะ ตัดบอลได้แล้วโต้กลับเร็ว เรนาโต้ ซานเชส ลากพาบอลเลี้ยงลุยขึ้นมาเองถึงหน้าเขตโทษ ก่อนจะไหลออกไปทางซ้ายให้ ดีโอโก้ โชต้า ได้แตะเข้าเขตโทษ แล้วซัดเร็วด้วยซ้าย แต่บดไปหน่อย บอลพุ่งกระดอนพื้น หลุดเสาไกลออกหลังไป ยังไม่ได้เสียวเท่าไหร่

นาที 10

ทีมชาติ เบลเยี่ยม ได้ทักทายบ้าง เป็นจังหวะ เอแด็น อาซาร์ เลี้ยงจี้พาบอลขึ้นมาเอง ก่อนจะจ่ายยัดมาที่หน้าเขตโทษให้ โรเมลู ลูกากู ได้อาศัยความแข็งแกร่ง บังบอลยืนพิงแนวรับโปรตุเกส แล้วไหลสั้น ๆ คืนให้ เอแด็น อาซาร์ ที่วิ่งสอดตามขึ้นมา ได้ซัดด้วยขวาเน้น ๆ นอกกรอบเขตโทษ แต่บอลก็พุ่งแรง เหินข้ามคานออกไปไกล

นาที 20

ช่วงต้นเกม ทั้งสองทีม ยังเล่นกันอย่างระมัดระวังตัว ไม่เปิดเกมแลกกันมากนัก เกมค่อนข้างอึดอัดด้วยกันทั้งคู่ มีเพียงจังหวะของ เรนาโต้ ซานเชส ที่ได้ตั้งป้อมซัดไกลด้วยขวา ระยะร่วม 30 หลา หลุดกรอบออกไป นอกนั้นไม่มีจังหวะลุ้นใด ๆ

นาที 25

โปรตุเกส มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย หน้ากรอบเขตโทษเยื้อง ๆ ไปทางขวา แล้วเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขาประจำ วิ่งมาอัดด้วยขวาเน้น ๆ ข้ามกำแพง บอลพุ่งแรงและติดส่าย แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูเบลเยี่ยม ยังผวามาตบทิ้งไว้ได้ทันหวุดหวิด

นาที 35

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เป็นทางฝั่ง ทีมชาติ โปรตุเกส ครองบอลได้เยอะกว่า และรูปเกมดูดีกว่าพอสมควร ส่วนทางทีมชาติ เบลเยี่ยม ก็ยังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น รอจังหวะสวนกลับสวย ๆ อยู่เหมือนกัน

นาที 37

ทีมชาติ เบลเยี่ยม พยายามเร่งเครื่อง กลับมาเป็นฝ่ายบุกบ้าง จังหวะนี้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดมาทางสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะตอกส้นจ่ายคืนให้ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่สอดตามขึ้นมา ได้เลี้ยงตัดเข้าใน แล้วซัดเร็วด้วยขวาติดไซด์ก้อย เหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาที 42 GOAL!!!

ทีมชาติ เบลเยี่ยม ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 !!! เป็นจังหวะเริ่มที่ แนวรับโปรตุเกส เคลียร์บอลไม่ขาด บอลลอยมาที่หน้าเขตโทษเข้าทาง โธมัส เมอนิเย่ร์ จ่ายขวางสนามไปยังหน้าเขตโทษด้านซ้ายให้ ธอร์กาน อาซาร์ ได้แต่งหนึ่งจังหวะ แล้วตะบันด้วยขวาเต็มข้อนอกกรอบ พุ่งเป็นจรวดและติดส่าย หนีมือ รุย ปาตริซิโอ้ ผู้รักษาประตูโปรตุเกส เข้าประตูไป ตุงตาข่าย อย่างสวยงาม

ไฮไลท์ฟุตบอล

หมดเวลาครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังไม่เปิดเกมแลกกันมากนัก รูปเกมส่วนใหญ่ เป็นทางฝั่งทีมชาติ โปรตุเกส ดูดีกว่าพอสมควร แต่สุดท้าย ก็เป็นทางฝั่งทีมชาติ เบลเยี่ยม ที่อาศัยความเฉียบคมกว่า ยิงขึ้นนำไปก่อนแล้ว 1-0 !!!

นาที 48

เริ่มเกมครึ่งหลังมาแต่แปปเดียว ทีมชาติ เบลเยี่ยม ต้องมาเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ที่มีอาการบาดเจ็บ เล่นต่อไม่ไหว โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องส่ง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ลงสนามมาแทน

นาที 56

ช่วงต้นครึ่งหลัง เกมของทีมชาติ โปรตุเกส ยังดูตื้อ ๆ ไร้จินตนาการ จำเป็นต้องแก้เกมโดยด่วน แฟร์นานโด้ ซานโตส กุนซือฝอยทอง จัดการเปลี่ยนตัวทันที โดยส่งเอา บรูโน่ แฟร์นานเดส เพลย์เมกเกอร์จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ชูเอา เฟลิกซ์ กองหน้าดาวโรจน์จากแอตเลติโก มาดริด ลงสนามมาสร้างสรรค์เกมรุกแทน ชูเอา มูตินโญ่ และ แบร์นาโด้ ซิลวา

นาที 58

ทีมชาติ โปรตุเกส เกือบได้ประตูตีเสมอ เป็นจังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถอยลงมาล้วงบอล พยายามจะปั้นเกม หลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนจะเปิดเข้าไปที่เสาไกลให้ ดีโอโก้ โชต้า ได้พิงแนวรับเบลเยี่ยม แล้วตวัดยิงเร็วด้วยขวา ระยะแค่ไม่กี่หลา เหินเฉียดคานออกไปนิดเดียว อย่างน่าเสียดายสุด ๆ

นาที 62

โปรตุเกส บุกหนักหวังตีเสมอให้ได้ จังหวะนี้ เรนาโต้ ซานเชส เก็บตกบอลได้ทางกราบซ้าย ก่อนจะครอสบอลโด่งเข้าไปในเขตโทษให้ ชูเอา เฟลิกซ์ ได้เทคตัวขึ้นโขกเอาชนะแนวรับเบลเยี่ยมได้สำเร็จ แต่บอลเบาแถมไม่ห่างตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูเบลเยี่ยม ตะปบไว้ได้สบาย

นาที 62

ทีมชาติ เบลเยี่ยม ตัดบอลได้แล้วสวนกลับเร็ว จังหวะนี้ ธอร์กาน อาซาร์ กระชากขึ้นมาเอง หลุดขึ้นมาทางซ้าย ก่อนจะตบเลียดเข้าไปที่กลางประตูให้ โรเมลู ลูกากู ได้แต่งหาช่อง แล้วตวัดยิงเร็วด้วยซ้าย ทะลุบล็อกของแนวรับโปรตุเกสไปแล้ว แต่ก็ยังเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว 

นาที 70

ทีมชาติ โปรตุเกส ต้องปรับเกมอีกครั้ง โดยถอดเอา ดีโอโก้ โชต้า ที่วันนี้ยิงทิ้งยิงขว้าง ออกไปพัก แล้วจัดการส่ง อังเดร ซิลวา ศูนย์หน้าฟอร์มแรงอีกคน ลงสนามมาเล่นแทน

นาที 71

โปรตุเกส ได้ฟรีคิกระยะอันตราย หน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง แล้วเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งมาซัดด้วยขวาติดกำแพง ก่อนที่บอลจะกระดอนมาเข้าทางเจ้าตัว ได้ซ้ำอีกครั้ง ก็ไปยังไปตรงตัวของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูเบลเยี่ยม รับไว้ได้สบาย

นาที 76

เกมต้องหยุดไปพักใหญ่ ๆ เมื่อมีจังหวะที่ เปเป้ ไปเข้าบอลหนักเอาคืนใส่ ธอร์กาน อาซาร์ ทำเอานักเตะของทางเบลเยี่ยม กรูกันเข้ามาจะเอาเรื่อง เกือบมีเหตุการณ์ชุลมุน สุดท้าย ผู้ตัดสินชักใบเหลืองให้กับ เปเป้ แล้วเป่าให้เล่นต่อไป

นาที 82

โปรตุเกส ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา แล้วเป็น บรูโน่ แฟร์นานเดส เปิดบอลโด่ง โค้งลึกไปที่เสาไกลให้ รูเบน ดิอาส ได้จึ้นโขกเน้น ๆ เสียดาย บอลไม่หนีตัวเท่าไหร่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูเบลเยี่ยม ยังผวาเซฟไว้ได้ทัน

บอลยูโร

นาที 83

ทีมชาติ โปรตุเกส เกือบได้ประตูตีเสมอ เป็นจังหวะที่ แนวรับเบลเยี่ยม เคลียร์กันไม่ขาด บอลลอยออกมาหน้าเขตโทษเข้าทาง ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ได้สอดมาซัดด้วยขวาเต็มข้อ พุ่งแรงกระดอนพื้นผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูเบลเยี่ยม ไปได้แล้ว แต่ดันไปชนโคนเสาอย่างจัง กระเด้งออกมาอย่างน่าเสียดายสุด ๆ

นาที 90+4

โปรตุเกส ได้ลุ้นเฮือกสุดท้าย เป็นจังหวะ ชูเอา เฟลิกซ์ เลี้ยงจี้ขึ้นมาทางซ้าย ก่อนจะทำชิ่ง 1-2 กับ บรูโน่ แฟร์นานเดส หลุดเข้าไปในเขตโทษ แล้วโยกเข้าในมาซัดหักข้อด้วยขวา เฉียดเสาแรก ออกหลังไป อย่างน่าเสียดาย

หมดเวลาการแข่งขัน เป็นทีมชาติ เบลเยี่ยม เฉือนเอาชนะทีมชาติ โปรตุเกส ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 !!! ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยจะหลุดเข้าไปพบกับทีมชาติ อิตาลี ในค่ำวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2564 ที่จะถึงนี้