วอน (เธอ) – Wan Ther

[รีวิว] วอน (เธอ)
— 6/10 —
หนังรักธรรมดาที่คอนเซ็ปต์น่าสนใจ
บอกเล่าเรื่องราวความรักผ่าน 4 มุมมอง
ที่เห็นภาพรวมชัดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เข้าใจมากขึ้น

นี่คือหนังที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเลยตั้งแต่โปสเตอร์ก็แล้ว ดูตัวอย่างก็แล้ว ตัดออกมาได้เป็นหนังแบบชวนหาวชวนน่าเบื่อมากกับเรื่องราวความรักในช่วงมหาลัย แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เราอยากดูคือ คุณฟ้า ษริกา จนโอกาสพอเหมาะพอเจาะกับเวลาทีพอดิบพอดี ก็ได้ตัดสินใจไปดู

วอน (เธอ) คือเรื่องราวของเพื่อนที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน และดันไปตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน เรื่องมันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ แต่มันแปลกใหม่ตรงที่มันถูกบอกเล่าผ่านหลายมุมมองไม่ใช่ตัวเอกเพียงตัวเดียว แต่เราจะได้เห็นมุมมองความรักในเหตุการณ์เดียวกันผ่านทุกตัวละคร (4 คน) ที่จะเจอกับเหตุการณ์นั้นๆ ทิ้งปมเอาไว้ในแต่ละคน และค่อยๆ คลี่คลายทีละปมเพื่อให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นับว่าเป็นหนังที่คอนเซ็ปต์น่าสนใจมากๆ การได้เห็นเรื่องราวความรักเดียวกันจากต่างมุมมองแถมมากกว่า 1-2 มุมมองด้วย ที่ถึงแม้มันจะน่าสนใจแค่ไหน การเล่าเรื่องหลายมุมมองก็เพียงแต่ทำให้เราได้เห็นเหตุการณ์ชัดเจนมากขึ้นเฉยๆ แต่มันก็ไม่ได้พาเราไปเข้าใจแต่ละตัวละครมากขึ้นเลย เช่นการตัดสินใจของตัวละครหลายๆ ครั้งที่เรายังรู้สึกขัดๆ และยังคงตั้งคำถามอยู่ดีว่า “ทำไมทำแบบนั้นล่ะ” 

ความยากต่อมาคือการเล่าแบบนี้พอมันไม่มีเหตุการณ์หลักหรือจุดรวมเหตุการณ์มาดึงไว้ทำให้คนดูอาจจะลำดับเหตุการณ์หรือไทม์ไลน์ยากนิดนึง เช่นหนังที่ใช้เทคนิคแบบนี้ในเรื่องอย่าง Vantage Point ยังมีเหตุระเบิดเป็นตัวหลักให้คนดูลำดับเหตุการณ์ได้ แต่ยังดีที่ วอน (เธอ) ยังใส่จุดสังเกตเอาไว้ด้วยสีผมของตัวละคร เนเน่ ทำให้มีเป้าหลักในการลำดับเหตุการณ์ได้บ้าง

ก็ยังคงมีแต่…อีกนั่นแหละ ถ้าลองมองให้เป็นหนังที่เล่าแบบปกติไม่เล่าผ่านหลายมุมมองแบบนี้ มันจะกลายเป็นหนังธรรมดาไปเลย แต่พอหนังเลือกเล่าแบบนี้ มันดึงความน่าสนใจของคนดูเข้าไปแล้วว่า “แล้วไอ้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละคนมันเป็นไงบ้างล่ะ?” จึงทำให้มันน่าติดตามและไม่น่าเบื่อสักเท่าไหร่

ทางด้านนักแสดง ขอไล่ไปทีละคนเลย เริ่มตั้งแต่ ฟ้า ษริกา ที่ถือว่ามีประสบการณ์มากกว่าเพื่อนร่วมนักแสดงคนอื่นๆ ก็รับผิดชอบบท เนเน่ ได้ดีเลยแหละ เธอมาพร้อมด้วยความสวยที่ชวนสะกดในหลายๆ ฉาก, ตามมาด้วย มีน พีรวิชญ์๋ ที่ตีโจทย์ตัวละคร เดี่ยว ได้แตกและแสดงออกมาได้ดี, ทางด้าน เซ้นต์ ศุภพงษ์ ในบทโอม ค่อนข้างน่าผิดหวัง เอาจริงๆ ในตอนแรกที่เขาปรากฏตัวนี่คิดว่าเป็นเกย์ ไม่มีแวปในหัวเลยว่าจะมาเป็นชายแบดบอยอะไรแบบนั้น แลดูเป็นตัวละครที่เล่นแข็งที่สุดแล้วใน 4 คนหลัก และเหมือนจะพยายามเก๊กทุกซีนมากเกินไปหน่อย แถมตัวละครผู้หญิงอีกคนในพาร์ทของเขาก็แข็งไม่แพ้กัน การพูดบทของเธอนั้นราวกับนั่งอ่านบทยังไงยังงั้น, แต่คนที่น่าชื่นชมที่สุดคือ พีค ภีมพล ที่แสดงได้ดีและโดดเด่นมากจากทั้ง 4 คน ไม่ว่าจะซีนอารมณ์แบบไหนเอาอยู่หมดเลย ทั้งสีหน้า ท่าทาง คำพูด ถือว่าโดดเด่นมากๆ เล่นได้ดีและเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ

และเรื่องที่จะอดชื่นชมไม่ได้เลยในเรื่องนี้คืองานภาพ มีหลายโลโคชั่นในหนังที่ไม่ค่อยได้ถูกนำเสนอออกมาในหนังไทยสักเท่าไหร่ มีการใช้สีใช้แสงที่สวย และฉากกลางคืนหลายๆ ฉากทำออกมาได้สวยมากจริงๆ 

สรุปแล้วนี่คือหนังรักธรรมดาที่คอนเซ็ปต์น่าสนใจ ที่มันจะพาเราไปเห็นเรื่องราวความรักที่มีจุดรวมกันของแต่ละมุมมองผ่าน 4 ตัวละคร ที่ถึงแม้ทุกคนจะเป็นตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง ทุกคนก็มีทั้งจุดดีและจุดไม่ดี มีข้อผิดพลาดในเรื่องราวของตน แต่ทุกคนก็มีเรื่องอยากจะอ้อนวอน (เธอ) อยู่เช่นกัน