“แอตเลติโก้ มาดริด” บุกมาเฉือนเอาชนะ “เอสปันญ่อล” ถึงถิ่น 2-1 !!

เกมการแข่งขัน ระหว่าง เจ้าถิ่น ทัพเจ้านกแก้ว เอสปันญ่อล เปิดสนาม อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม, เมืองบาร์เซโลน่า แคว้นคาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ต้อนรับการมาเยือนของทัพตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ในศึกฟุตบอล  ลา ลีกา สเปน นัดที่สี่ เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

เกมนี้ เจ้าถิ่น เอสปันญ่อล ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ บิเซนเต้ โมเรโน่ มาเล่นในระบบ 4-2-3-1 นำทีมโดย เซร์จี้ ดาร์แดร์ เพลย์เมกเกอร์ตัวสร้างสรรค์เกม อเล็กซ์ บิดัล ตัวทำเกมริมเส้น และ เรอูล เด โธมัส กองหน้าตัวความหวังของทีม

ขณะที่ทางฝั่งทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ มาเล่นในระบบ 3-5-2 นำทีมโดย อังเคล กอร์เรอา มิดฟิลด์ห้องเครื่อง ยานนิค การ์ราสโก้ ตัวลากเลื้อยริมเส้น และ อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงตัวใหม่ป้ายแดงของทีม

นาที 4

เริ่มครึ่งแรกมา เป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น เอสปันญ่อล ที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะความผิดพลาดของแนวรับทีมเยือน ที่จ่ายบอลคืนหลังไม่ดูให้ดี ๆ โดน อาเดรียน เอมบาร์บา วิ่งแอบมาจากด้านหลัง ฉกบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะซัดด้วยขวาเน้น ๆ ไปติดเซฟของ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูทีมเยือน ที่ยืนตำแหน่งได้ดี ผวาพุ่งไปปัดปลายมือ หลุดออกเสาไกลได้ทันแบบหวุดหวิด 

นาที 15

เจ้าถิ่น เอสปันญ่อล บุกมาอีกระลอก จังหวะนี้ อาเดรียน เอมบาร์บา ทำชิ่งกับเพื่อน หลุดไปถึงสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนจะตบเลียดเข้ากลางให้ ออสการ์ เมเลนโด้ ได้พลิกตัวตวัดยิงเร็วไปที่เสาไกล บอลเฉียดเสาขวามือ หลุดออกหลังไปนิดเดียว ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูทีมเยือน ทำได้แค่หันมองแล้วด้วย

นาที 18

เจ้าถิ่น เอสปันญ่อล ได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะ อาเดรีย เปโดซ่า บรรจงวางบอลยาวข้ามแนวรับอย่างสวยใส่พานให้ เรอูล เด โธมัส ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ เจ้าตัวกระชากหนี ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูทีมเยือน ไปเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะยิงไปโดนกองหลังทีมเยือนสกัดไว้ได้ทันจากบนเส้นประตู ทว่า ไลน์แมนยกธงตามหลังว่าเป็นลูกล้ำหน้า ถ้าเข้าก็ไม่ได้ประตูอยู่ดี

ไฮไลท์ฟุตบอล

นาที 21

ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด ได้ตอบโต้ขึ้นมาบ้าง จังหวะนี้ อังเคล กอร์เรอา กระดกบอลข้ามแนวรับเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ได้วิ่งสอดไปตวัดยิงเร็วด้วยขวาตามน้ำ แต่โดนไม่ดี บอลหลุดกรอบ เหินข้ามคานออกไปเอง แบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

นาที 25

เกมผ่านมาได้ครึ่งทางของครึ่งแรก ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด ยังไม่สามารถบุกกดดันแนวรับของเจ้าถิ่น เอสปันญ่อล เข้าไปจบสวย ๆ ในพื้นที่สุดได้เลย ทัพตราหมีครองบอลได้มากกว่าก็จริง แต่รูปเกมไม่ปะติดปะต่อ ไม่เป็นชิ้นเป็นอันเอาเสียเลย ผิดกับทัพนกแก้ว ที่บุกสวนขึ้นมาแต่ละทีมีลุ้นตลอด

นาที 37

เจ้าถิ่น เอสปันญ่อล บุกขึ้นมาทางกราบขวา อเล็กซ์ บิดาล ได้บอลหลุดมาถึงริมกรอบเขตโทษ ก่อนจะครอสโด่งเข้าไปที่กลางประตูให้ เลอันโดร กาเบลร่า ได้โฉบมาโหม่งสะบัดเหน่ง ๆ แต่กดไม่ลง บอลเหินเฉียดคาน หลุดออกหลังไปนิดเดียวอย่างน่าเสียดาย

นาที 40 GOAL!!!

เจ้าถิ่น เอสปันญ่อล มาได้ประตูขึ้นนำเป็น 1-0 !!! เป็นจังหวะได้เตะมุมทางฝ้่งซ้าย อาเดรียน เอมบาร์บา เปิดบอลโค้งไปที่เสาแรกให้ เรอูล เด โธมัส ได้โฉบมาโหม่งเช็ดเน้น ๆ หนีมือของ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูทีมเยือน ส่งบอลพุ่งย้อยไปเสียบเสาไกลขวามือเข้าประตูไป ซุกก้นตาข่าย อย่างสวยงาม 

ไฮไลท์ฟุตบอล

หมดเวลาครึ่งแรก เป็นเจ้าถิ่น เอสปันญ่อล ที่ครองบอลได้น้อยกว่าเพียงเล็กน้อย แต่รูปเกมดูวูวาบน่ากลัวกว่าเยอะ ขัดกับทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด ที่วันนี้เกมรุกไม่ไหลลื่นเหมือนเคย แถมยังมาโดนออกนำไปก่อนแล้ว สกอร์ตอนนี้ เอสปันญ่อล 1 แอตมาดริด 0 !!!

นาที 46

เปิดฉากครึ่งหลังมา ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือทีมเยือน เห็นท่าทางจะไม่ดี ต้องแก้เกมเป็นการด่วน โดยปรับหมากมาเล่นกองหลังสี่ตัว แถมถอดเอา คีแรน ทริปเปียร์, อังเคล กอร์เรอา และ มาริโอ เอร์โมโซ่ ที่โชว์ฟอร์มไม่ออกในครึ่งแรก ออกจากสนามไปสามคนรวด แล้วจัดการส่ง โตมาร์ เลอมาร์, เรนาน โรดรี้ และ เจฟฟรี่ย์ ก็องด็อกเบีย ลงมาเล่นแทน ขณะที่เจ้าถิ่น เอสปันญ่อล เปลี่ยนหนึ่งคนเช่นกัน โดยส่ง หลุยส์ เรคาเซ่นส์ ลงมาแทน เฟอร์นานโด กัลเลโร่

นาที 49 

ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด พยายามบุกใส่เจ้าถิ่นทันที จังหวะนี้ เจฟฟรี่ย์ ก็องด็อกเบีย ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา ได้ตั้งป้อมวางเท้าลองซัดด้วยซ้ายเต็มข้อที่หน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงเป็นจรวด เหินข้ามคาน หลุดออกหลังไปนิดเดียว ชนิดได้หวาดเสียวสุด ๆ

นาที 53 VAR!!!

ทีมเยือน ทัพตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด เกือบได้ประตูตีเสมอ เป็นจังหวะ มาร์กอส ยอร์เรนเต้ ได้บอลหลุดขึ้นมาทางกรอบเขตโทษด้านขวา ก่อนจะเปิดเลียดไปที่เสาไกลให้ โตมาร์ เลอมาร์ เข้าชาร์จจ่อ ๆ ระยะเผาขน ส่งบอลเข้าประตูไป ไม่เหลือซาก ทว่าผู้ตัดสินย้อนดู VAR สุดท้ายไม่ให้เป็นประตู เนื่องจาก หลุยส์ ซัวเรซ ที่ดันมีส่วนร่วมกับจังหวะนี้ เจ้าตัวยืนล้ำหน้าอยู่ก่อนแล้ว เฮเก้อกันไปสำหรับทีมเยือน

ไฮไลท์ฟุตบอล

นาที 58

เกมดำเนินมาจะครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด ยังตามตีเสมอไม่ได้ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือจอมหัวร้อนเริ่มนั่งไม่ติด จัดการส่งเจ้าหนูมหัศจรรย์ ชูเอา เฟลิกซ์ ลงสนามมาเล่นแทน อองตวน กรีซมันน์ ที่วันนี้โชว์ฟอร์มไม่ออก ในตำแหน่งเดียวกัน

นาที 71

เกมดำเนินเข้าสู่ช่วง 20 นาทีก่อนหมดเวลา ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นเลย รูปเกมส่วนใหญ่ ไม่สามารถกดดันแนวรับเจ้าถิ่น เอสปันญ่อล ได้มากเท่าที่ควร แล้วเป็นอีกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัว ซิเมโอเน่ จัดการทิ้งไพ้ใบสุดท้าย โดยถอดเอา หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่ง ที่วันนี้โชว์ฟอร์มไม่ออกอย่างแรง ออกไปพักที่ข้างสนาม แล้วส่ง มาเธอุส คุนญ่า ลงมาเล่นแทนในตำแหน่งเดียวกัน

นาที 79 GOAL!!!

ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด มาได้ประตูตีเสมอจนได้เป็น 1-1 !!! เป็นจังหวะความยอดเยี่ยมของ ยานนิค การ์ราสโก้ เจ้าตัวโชว์ความมุ่งมั่น เข้าไปตั๊นบอล ปั้มแย่งฉุดกระชากบอลได้จากแนวรับเอสปันญ่อล ก่อนจะเอาชนะได้แล้วหลุดไปซัดเน้น ๆ ตูมเดียวจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าประตูไป ตุงตาข่าย ไม่เหลือซาก

นาที 90+3

ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด เกือบได้ประตูขึ้นนำ เป็นจังหวะขึงเกมรุกโหมบุกใส่เจ้าถิ่นที่หน้าเขตโทษอย่างหนัก แล้วเป็น ยานนิค การ์ราสโก้ เจ้าเก่า มีโอกาสได้ซัดไกลด้วยขวาเน้น ๆ นอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงเฉียดเสาไม่ถึงคืบ หลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดายสุด ๆ

นาที 90+9 GOAL!!!

ทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 !!! เป็นจังหวะความยอดเยี่ยมของ โตมาร์ เลอมาร์ เจ้าตัวกระชากบอลสวนกลับขึ้นมาจากกลางสนาม ทำชิ่ง 1-2 กับ ยานนิค การ์ราสโก้ ได้หลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะซัดด้วยขวาเน้น ๆ ผ่านมือ ดิเอโก้ โลเปส ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น พยายามปัดแต่ไม่พ้น บอลพุ่งเข้าประตูไป ซุกก้นตาข่าย อย่างเฉียบคม

ไฮไลท์ฟุตบอล

หมดเวลาการแข่งขัน เป็นทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริด พลิกสถานการณ์บุกมาเฉือนเอาชนะเจ้าถิ่น เอสปันญ่อล ไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 !!! รั้งอันดับที่ 3 ของตารางคะแนน โดยนัดต่อไปจะเปิดบ้านพบกับแอธเลติก บิลเบา ในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 ที่จะถึงนี้ ส่วนทางด้านเอสปันญ่อล อยู่อันดับที่ 15 ของตาราง นัดต่อไปจะต้องออกไปเยือนเรอัล เบติส ในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน ถัดมาหนึ่งวัน