บิดาแห่งสองพี่น้องนักเทนนิสสาว “วิลเลียมส์


ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ในวงการเทนนิสก็ตาม เราเชื่อว่าคนแทบทั้งโลกต้องคุ้นหรือรู้จัก สองพี่น้องคนดัง Venus และ Serena Williams เพราะนอกจากทั้งสองจะเป็นนักเทนนิสสาวมือวางอันดับต้น ๆ ของโลกทั้งคู่แล้ว ยังเป็นชาวอเมริกัน-แอฟริกันรุ่นบุกเบิกในกีฬาที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นกีฬาสำหรับคนขาวเท่านั้นอีกด้วย

สองพี่น้องได้มาเป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์หรือผู้อำนวยการสร้างหนัง King Richard ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ Richard Williams (Will Smith) พ่อของเธอ ผู้ปลุกปั้น เคี่ยวเข็ญ วางแผน และผลักดันให้ Venus (Saniyya Sidney) และ Serena (Demi Singleton) ได้เป็น Michael Jordan แห่งวงการเทนนิส

หนังเน้นเล่าเรื่องในยุคต้น 1990s ตอนนั้นสองสาวในวัยสิบขวบต้น ๆ และครอบครัว ยังอยู่อย่างปากกัดตีนถีบในย่าน Compton ใน Los Angeles จนกระทั่ง Richard ผู้พยายามฝึกฝนให้เด็ก ๆ แก่งและแกร่ง ได้ดันจนเด็ก ๆ ไปเข้าตาโค้ชคนดังอย่าง Paul Cohen (Tony Goldwyn) และเขาก็ยอมเทรนให้ Venus ส่วน Serena ยังต้องฝึกตามเดิมกับแม่ของเธอ Oracene “Brandy” Williams (Aunjanue Ellis) ก่อนที่ Richard จะ (แนวคิด) เข้ากันไม่ได้กับโค้ช Paul และพาเด็ก ๆ ไปอยู่ในสังกัดของโค้ช Rick Macci (Jon Bernthal) ที่ Florida ซึ่งดีลดีกว่า

“IF YOU FAIL TO PLAN, YOU PLAN TO FAIL”

หนังพาไปรู้จักกับ Richard พ่อผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูก ๆ ผู้จริงจังกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัว และพยายามให้เป็นคนผิวสีที่ได้รับการยอมรับ อักทั้งหนังทำให้เราเห็นว่า เส้นทางของสองนักเทนนิสสาวเดินทางมาอย่างแตกต่างจากเหล่านักเทนนิสมือโปรฯ คนอื่น ๆ ในวงการแทบสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเพราะพ่อคนนี้นี่เอง ที่เชื่อมั่นในตัวเอง ดื้อรั้น ช่างวางแผน และไม่เดินตามสูตรสำเร็จ

โดยส่วนตัว คิดว่า King Richard เป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจได้ดี เพราะเรื่องราวของสองพี่น้องนักกีฬามีความน่าสนใจและสร้างปรากฏการณ์ในตัวเองอยู่แล้ว แต่ตัวหนังก็ไม่ได้ถ่ายทอดออกมาได้น่าจดจำหรือทรงพลังมากขนาดนั้นสำหรับเรา ที่สำคัญ หนังมีความยาวเกินความจำเป็น ถ้าตัดบางส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ก็น่าจะกลมกล่อมกว่านี้ ในฉากไคลแมกซ์ซึ่งเป็นฉากการแข่งขันเทนนิสนัดสำคัญของ Venus ในวัย 14 ปี กับมือวางอันดับหนึ่ง (ณ เวลานั้น) เมื่อปี 1994 ก็ไม่ได้ชวนติดตามหรือลุ้นขนาดนั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก็สามารถลงจบได้อย่างสวยงาม