ลาป๊อร์กผีเข้า!! ทั้งจ่ายเสียทั้งใบแดง นำพาให้ทัพ “แมนซิตี้” ล่มปากอ่าวแพ้ “คริสตัล พาเลซ” คาบ้าน

เกมการแข่งขัน ระหว่าง เจ้าถิ่น ทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม, เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ต้อนรับการมาเยือนของทัพเดอะ อีเกิ้ลส์ คริสตัล พาเลซ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ นัดที่ 10 เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

เกมนี้ เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาเล่นในระบบ 4-3-3 เช่นกัน นำทีมโดย รูเบน ดิอาส ปราการหลังตัวแกร่ง เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์จอมแอสซิสต์ และ ฟิล โฟเด้น กองหน้าตัวความหวังของทีม

ขณะที่ทางฝั่งทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ปาทริค วิเอร่า มาเล่นในระบบ 4-3-3 นำทีมโดย เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ กองกลางห้องเครื่อง วิลฟรีด ซาฮา กองหน้ากึ่งปีกจอมลากเลื้อย และ อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ ดาวยิงตัวจบสกอร์ของทีม

นาที 6 GOAL!!!

เปิดฉากเกมมาได้แค่แปปเดียว เป็นทางฝั่งทีมเยือน คริสตัล พาเลซ สร้างเซอร์ไพรส์ ยิงประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ไก่โห่ จากจังหวะความผิดพลาดของ อายเมอริก ลาป๊อร์ก ที่จ่ายบอลเสียในแดนตัวเอง แล้วเป็น วิลฟรีด ซาฮา จิ้มเร็วทำชิ่ง 1-2 กับ คอนนอร์ กัลลาเกอร์ แทงทะลุช่องคืนให้เจ้าตัว ได้ลากบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนที่ดาวยิงทีมชาติไอเวอร์รี่โคสต์จะตวัดยิงด้วยซ้ายเน้น ๆ เล่นทาง ส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าประตูไป ซุกก้นตาข่าย อย่างเฉียบคม

นาที 15

เจ้าถิ่น ทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เร่งเครื่องโหมบุกหวังทวงประตูคืนอย่างหนัก ครองบอลได้อยู่แทบจะฝั่งเดียวตามสไตล์ ทว่ายังไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ได้เลย ลูกทีมของกุนซือ ปาทริค วิเอร่า ใช้การวิ่งสู้ฟัด และการเข้าบอลอย่างหนักหน่วงเป็นหลัก สร้างปัญหาให้กับทีมของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เป็นอย่างมาก

นาที 19

เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึงเกมรุกอยู่ที่หน้าเขตโทษของทีมเยือน แนวรับดันไลน์กันขึ้นมาสูงมาก จังหวะนี้ ได้เตะมุมทางฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดเข้าไปแล้วเกิดการชุลมุนขลุกขลิก บอลกระดอนมาเข้าทางปืนของ โรดรี้ ได้โอกาสฮาล์ฟวอลเล่ย์ด้วยขวาเน้น ๆ เต็มข้อ ส่งบอลพุ่งแรงแต่ดันไปตรงตัวของ บิเซนเต้ ไกวต้า ผู้รักษาประตูทีมเยือน รับเข้าซองเอาไว้ได้สบาย ไม่มีกระฉอก

นาที 30

เกมดำเนินมาถึงครึ่งชั่วโมง เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พับสนาม ครองบอลบุกอยู่ข้างเดียวตามสไตล์เหมือนเดิม ทว่าต้องมาเจอกับการตั้งรับลึก ๆ ของทีมเยือน คริสตัล พาเลซ เรือใบสีฟ้าทำได้แค่ป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าเขตโทษ ไป ๆ มา ๆ อยู่หลายครั้ง แต่ยังหาจังหวะจบสวย ๆ ในพื้นที่อันตรายไม่ได้เลย

นาที 37

เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หาช่องเจาะเข้าไปที่หน้าประตูไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาเน้นการยิงจากนอกกรอบดูบ้าง จังหวะนี้ ชูเอา กันเซโล่ เติมสูงขึ้นมารับบอลที่หน้าเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะขอลองตะบันไกลด้วยขวาเน้น ๆ ส่งบอลพุ่งไปแฉลบแนวรับทีมเยือน สุดท้ายกระดอนออกหลังไป ได้เป็นเตะมุม

นาที 40

เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังเป็นแบบเดิมเป๊ะ ๆ เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองบอลมากกว่าเยอะก็จริง แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับแนวรับทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ได้มากเท่าที่ควร สกอร์ยังเป็นเดอะ อีเกิ้ลส์ ที่บุกมานำอยู่ 1-0 !!!

นาที 45+2 ใบแดง!!!

สถานการณ์ของเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องย่ำแย่ขึ้นไปอีก เมื่อต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่สิบคน จากจังหวะที่ อายเมอริก ลาป๊อร์ก ไปเสียเหลี่ยมให้กับ วิลฟรีด ซาฮา ก่อนจะใช้มือรั้งจนนักเตะจอมพลิ้วล้มลงไป ทว่าเจ้าตัวดันเป็นกองหลังตัวสุดท้ายซะด้วย ผู้ตัดสิน อังเดร มาร์ริเนอร์ ไม่รอช้า วิ่งมาควักใบแดง ไล่กองหลังชาวสเปนรายนี้ ออกจากสนามไปทันที

นาที 45+5

เกมต้องหยุดชะงักไปพักใหญ่ ๆ เมื่อผู้ตัดสินเป่าหมดเวลาครึ่งแรก ดูเหมือนอารมณ์ของนักเตะเจ้าถิ่นยังคงค้างคาอยู่ แล้วเป็น กาเบรียล เชซุส ปรี่เข้าไปเอาเรื่องกับ วิลฟรีด ซาฮา ทำให้เกิดการชุลมุนฉุดกระชากกันอย่างวุ่นวาย สุดท้ายผู้ตัดสินเชือดไก่ให้ลิงดู แจกใบเหลืองให้กับ เอแดร์ซอน โมราเอส ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น รับไปคนเดียวเต็ม ๆ

หมดเวลาครึ่งแรก เป็นทางฝั่งทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ที่บุกมานำอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกม หลังจากนั้นเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นฝ่ายปูพรมขึงเกมรุกบุกใส่อย่างหนัก ทว่ายังเจาะแนวรับเข้าไปยิงประตูตีเสมอไม่ได้ สกอร์ตอนนี้ แมนซิตี้ 0 พาเลซ 1 !!!

นาที 48

กลับมาเล่นกันในครึ่งหลัง เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่า ยังเป็นฝ่ายได้บุกอยู่เหมือนเดิม จังหวะนี้ แจ็ค กรีลิช พลิ้วหลุดไปถึงสุดเส้นหลังในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะไหลย้อนหักเข้ากลางให้ โรดรี้ ได้วิ่งสอดเข้ามาซัดด้วยซ้ายเน้น ๆ ส่งบอลเหินเฉียดคาน หลุดออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น

นาที 51

ทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ได้ตอบโต้ขึ้นมาบ้าง จังหวะนี้ ได้โอกาสลุ้นลูกที่สองจากลูกฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษ คอนนอร์ กัลลาเกอร์ บรรจงเปิดบอลโด่ง โค้งสวยเข้าไปที่กลางประตู แล้วเป็น มาร์ค เกฮี ได้เทคตัวขึ้นโหม่งเหน่ง ๆ แต่ก็ยังกดไม่ลง บอลยังเหินข้ามคานออกไป

นาที 55

เกมเปิดหน้าแลกกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ถึงนาทีนี้ เริ่มคิดถึงการยิงประตูเพิ่มเพื่อสามคะแนนเต็ม ส่วนทางเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามโหมบุกอย่างหนัก ทว่าหวุดหวิดจะโดนสวนกลับมาโดนเพิ่มอยู่เหมือนกัน

นาที 59

ทีมเยือน คริสตัล พาเลซ สวนกลับได้น่ากลัวสุด ๆ จังหวะนี้ จอร์แดน อายิว แทงทะลุช่องคัดหลังแนวรับให้ วิลฟรีด ซาฮา ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงล่อเป้าโล่ง ๆ ในเขตโทษ ทว่าไม่ได้ประตู เจ้าตัวถูกจับล้ำหน้าไปก่อน เกือบโดนสำหรับทัพเรือใบ

นาที 60 VAR!!!

เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะ ฟิล โฟเด้น หยอดบอลโด่งข้ามแนวรับไปที่เสาไกลให้ กาเบรียล เชซุส ได้สอดมากระโดดยิงเน้น ๆ มุมแคบ ส่งบอลเบียดเสาแรก เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ทว่า VAR ส่งสัญญาณมาว่า ฟิล โฟเด้น อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้วตั้งแต่จังหวะแรก สุดท้ายทัพเรือใบโดนริบประตูคืนไปอย่างน่าเสียดาย สกอร์ยัง 1-0 เท่าเดิม

นาที 69

เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งเกมบุกกันขึ้นมาใหม่ จังหวะนี้ ฟิล โฟเด้น ที่ยกระดับการจ่ายบอลขึ้นมาในช่วงหลัง ๆ อย่างเห็นได้ชัด บรรจงเปิดบอลโด่งข้ามแนวรับไปที่เสาไกลให้ กาเบรียล เชซุส เจ้าเก่า ได้โฉบมาโหนโหม่งเหน่ง ๆ คนเดียว เจ้าตัวพยายามแล้วแต่กดไม่ลง สุดท้ายบอลเหินข้ามคานออกหลังไปอีก

นาที 76

ทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ตัดบอลได้แล้วสวนกลับเร็ว จังหวะนี้ วิลฟรีด ซาฮา จ่ายยัดเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ ได้โชว์ความพลิ้ว โยกหลอกแนวรับเจ้าถิ่นผ่านไปได้สวย ก่อนจะซัดเร็วมุมแคบยัดไปที่เสาแรก แต่เป็น เอแดร์ซอน โมราเอส ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ที่ปิดมุมรออยู่แล้ว ยังไม่พลาด ทุบบอลทิ้งออกไปได้ทัน

นาที 78

เวลาใกล้จะหมดลงเรื่อย ๆ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือสมองเพชร ของเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มนั่งไม่ติด ต้องแก้เกมด้วยการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ ริยาด มาห์เรซ สองปีกตัวจี๊ด ลงมาสร้างสรรค์เกมรุกแทนที่ของ ชูเอา กันเซโล่ และ แจ็ค กรีลิช

นาที 88 GOAL!!!

ทำไปทำมา เป็นทางฝั่งทีมเยือน คริสตัล พาเลซ ที่มาได้ประตูหนีห่างออกไปเป็น 2-0 !!! จากจังหวะที่แนวรับแมนซิตี้ดันขึ้นสูงแล้วโดนโต้กลับเร็ว วิลฟรีด ซาฮา ได้บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย เจ้าตัวดึงจังหวะโยกหาช่องไปหนึ่งชุด ก่อนจะไหลนิ่ม ๆ ไปที่หน้าเสาไกลขวามือให้ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมา เบิ้ลแปะบอลสั้น ๆ ไหลตั้งเข้ากลางถวายพานให้ คอนนอร์ กัลลาเกอร์ ตวัดยิงด้วยขวาเน้น ๆ เต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบเสาขวามือเข้าประตูไป ตุงตาข่าย อย่างสวยงาม

หมดเวลาการแข่งขัน ทีมเยือน คริสตัล พาเลซ บุกมาสร้างเซอร์ไพรส์ เอาชนะเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 !!! เขยิบขึ้นมารั้งอันดับที่ 13 ของตารางคะแนน โดยนัดต่อไปจะเปิดบ้านพบกับวูล์ฟแฮมป์ตัน ในวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2564 ที่จะถึงนี้ ส่วนทางด้านแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รั้งอันดับที่ 3 ของตาราง นัดต่อไปจะต้องออกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเดียวกัน แต่คนละเวลา