เตบาสเชื่อทางเดียว เรือสอย ‘เมสซี่’ ต้องใช้เงินอัดฉีดจากนายทุน

ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลา ลีกา ยืนกราน โอกาสเดียวที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะทำสัญญากับลิโอเนล เมสซี่ ได้คือต้องได้เงินอัดฉีดจากนายทุนเเพื่อกระตุ้นการเงินสโมสรที่กำลังอยู่ในภาวะขาดทุนอยู่ในขณะนี้

เมสซี่ เป็นฟรีเอเจนท์มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม หลังหมดสัญญากับบาร์เซโลน่า แม้ตัวนักเตะอยากอยู่เล่นในถิ่นคัมป์นูต่อไป แต่ยอดทีมจากต่างดาวยังไม่สามารถยื่นข้อเสนอใหม่ให้ได้เนื่องจากติดปัญหาทางการเงินเรื่องหนี้สิ้นและเพดานค่าเหนื่อยที่เกินเกณฑ์ลา ลีา ตั้งเอาไว้

เตบาส ออกมายืนยันว่า ลา ลีกา ไม่สามารถผ่อนปรนกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ เอื้อให้ซูเปอร์สตาร์เจ้าของบัลลงดอร์ 6 สมัยต่อสัญญาใหม่กับบาร์ซ่าต่อไปได้ โดยทางออกเดียวของสโมสรในตอนนี้คือ ลดเพดานค่าเหนื่อยลงมาด้วยการปล่อยนักเตะที่มีอยู่ออกไป

เช่นเดียวกับเตือน ปารีส แซงต์ แขร์กแมง และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยว่า ภาวะขาดทุนล่าสุดของสโมสรหมายความว่า พวกเขาไม่สามารถจ่ายค่าเหนื่อยให้เมสซี่ได้เท่ากับที่สตาร์อาร์เจนไตน์เคยได้รับ

“เขาไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ในระดับเดียวกับที่บาร์เซโลน่าเคยทำก่อนหน้านี้ มันเป็นไปไม่ได้เลย ผมไม่คิดว่าจะมีสโมสรไหนในยุโรปที่สามารถจ่ายเงินจำนวนนั้นได้” เตบาส กล่าว

“แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดทุน 270 ล้านยูโร (ในช่วงระบาดโควิด-19) ดังนั้น ชัดเจนเลยว่า พวกเขาไม่คิดจะเซ็นสัญญาเมสซี่ โดยพิจารณาจ่ายค่าเหนื่อยเท่าเดิมจากที่เขาเคยได้รับ”

“แต่ถ้าพวกเขาจะทำ มันจะต้องได้เงินอัดฉีดมาจากนายทุน ผมเคยพูดกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถึงเรื่องนี้ด้วย ผมบอกเขาตรงๆไปว่า “คุณจะคว้าแชมป์ได้มากมายขนาดนี้โดยไม่ใช้เม็ดเงิดอัดฉีดจำนวนมากมากระตุ้นการเงินสโมสรเลยเหรอ”

“เมื่อ CAS (ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา) ปล่อยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันก็ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้, โจเซ่ มูรินโญ่ และโค้ชอีกหลายคนก็พูดถึงมัน”

“ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ผมคิดว่ามันต้องเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากๆ”

“นี่คือเรื่องที่เราต้องกำกับดูแลอย่างจริงจัง การอัดฉีดทางการเงินเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับฟุตบอลอย่างแท้จริง”

“มันไม่ใช่เงินจริง เพราะมันไม่ได้หามาได้จากสโมสร ถ้าเงินจากอุตสาหกรรมฟุตบอลไม่ได้มาจากฟุตบอล มันจะทำให้เงินเฟ้อ และภาวะเงินเฟ้อไม่ใช่เรื่องที่ดี”

“จากนั้นมันจะทำลายฟุตบอล เพราะสโมสรจะต้องดิ้นกันสุดตัว ซึ่งอยู่เหนือความสามารถทางการเงินของพวกเขา”