ไทเก๊ก หมัดเล็กเหล็กตัน 2 (2012) Tai Chi Hero

Untitled08689

ไทเก๊ก หมัดเล็กเหล็กตัน 2 หรือ Tai Chi Hero สานต่อเรื่องจากภาคก่อน หยางลู่ฉาน (เหยียนเสี่ยวเชา) กำลังจะได้แต่งงานกับเฉินอี้เหนียง (Angelababy) เพื่อที่จะได้สืบทอดเพลงหมัดสกุลเฉินอย่างถูกต้อง แต่แล้วเฉินไจ้หยาง (เฝิงเส้าเฟิง, Shaofeng Feng) พี่คนโตของบ้านเฉินก็กลับมาครับ ทำให้อุปสรรคของลู่ฉานงอกขึ้นมาอีก ไหนจะฟางจื่อจิ้ง (เอ็ดดี้ เผิง, Eddie Peng) ที่กำลังจะกลับมาพร้อมไฟแค้น ทำให้หมู่บ้านเฉินต้องงานเข้าอีกรอบ

ถือว่าเข้าท่ากว่าภาคแรกครับ ส่วนหนึ่งอาจเพราะภาคแรกปูพื้นอะไรๆ ไว้แล้ว ภาคนี้มาเลยเดินเครื่องต่อได้ทันที ไม่ค่อยมีจุดยืดเยื้อ เรื่องเล่าค่อนข้างจะเนื้อๆ แล้วหนังยังมีการบอกเล่าสิ่งที่เรายังไม่รู้ในภาคแรก เช่น เหตุผลที่สกุลเฉินไม่สอนวิชาให้คนนอก ทำให้หนังภาคนี้ดูมีอะไรมากขึ้น แล้วก็เสริมภาคแรกให้ดูโอเคมากขึ้น

ปมเรื่องการกลับมาของเฉินไจ้หยาง ก็ทำให้หนังได้วาระมันส์ๆ และความประทับใจเพิ่มครับ อย่างที่บอกว่าภาคนี้มีหลายปม และแต่ละปมก็ถูกใช้งานอย่างพอเหมาะ อาจไม่ถึงกับทำให้หนังสุดยอด แต่ก็ทำให้หนังมีความน่าติดตามตามท้องเรื่อง (แต่ก็มีเหมือนกันบางประเด็นที่บทจะลงเอยก็ลงแบบง่ายไปเลย)

อย่างหนึ่งที่สังเกตได้ชัดๆ คือลีลาลูกเล่นเรื่องภาพจะลดลง จนทำให้คิดครับว่าการที่ภาคแรกลูกเล่นด้านภาพมันเยอะก็อาจเพื่อเพิ่มความลื่นไหลให้กับหนัง (เพราะเนื้อเรื่องภาคแรกยังไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร) พอมาภาคนี้เนื้อเรื่องมีปมเยอะพอแล้ว ลูกเล่นเลยน้อยลง เน้นเล่าเรื่องมากขึ้น เน้นซีนอารมณ์มากขึ้น

yang-luchan-failing

และอีกอย่างที่สังเกตได้ก็คือ ผมว่าผู้กำกับ Stephen Fung หรือ ฝงเต๋อหลุน แกรู้น่ะครับว่างเหยียนเสี่ยวเชาที่เป็นพระเอกนั้นในเรื่องการแสดงอาจยังไม่คล่องสักเท่าไร หนังเลยเต็มไปด้วยดาราดังๆ ที่ฝีมือไว้ใจได้มาคอยประกบ ส่วนพระเอกไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากรับส่งบทกับคอยออกหมัดซัดมวย ถือเป็นการอุดรอยรั่วที่เข้าท่าครับ

ภาคนี้นอกจากตัวละครหลักจากภาคก่อนแล้วก็ยังมีดาราสมทบอย่าง เซี๊ยะเสียน (Yin Tse) ในบทเฉินสั่วเล่อทายาทรุ่นที่ 10 ของสกุลเฉิน ในเรื่องนี้เขาแสดงเป็นคนสุขุมสงบนิ่ง ดูดีมากๆ รายนี้เก่งครับ เล่นบทร้ายก็ได้ กวนหนักๆ ก็ได้ หรือจะนิ่งหรูดูภูมิฐานก็ได้ – มาน้อยแต่แน่นทีเดียว

แล้วก็ยังมีหยวนเปียว (Biao Yuen) มาเป็นหลี่เสียนคุน ฉากที่เขาบู๊กับพระเอกนั้นถือเป็นไฮไลท์ทีเดียว หนังยังได้ Peter Stormare โผล่มารับบทเฟลมมิ่ง คนของอีสต์อินเดียที่เข้ามาหนุนหลังจื่อจิ้ง แต่เสียดายที่บทไม่มากนัก และอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ เหลียงเจียฮุย (Tony Ka Fai Leung) ในบทเฉินฉางซิ่ง รายนี้เล่นกี่เรื่องก็ดีทุกเรื่อง เล่นได้คล่องทั้งบทเข้มๆ และบทขำๆ

โดยรวมแล้วภาคนี้ดูเพลินขึ้นครับ สนุกกว่าภาคแรกพอตัว แต่ก็ยังไม่ถึงกับเจ๋งแบบสุดๆ แล้วหนังก็มีจุดอ่อนอยู่บ้างตรงที่ตอนจบแลนดิ้งไวมาก สารภาพว่าตอนดูฉากบู๊ไคลแม็กซ์น่ะ ผมไม่รู้นะว่ามันจะกลายเป็นฉากบู๊ปิดเรื่อง รู้ตัวอีกทีจบซะแล้ว และหนังก็โปรยๆ ไว้ทำท่าจะมีภาค 3 ซึ่งนี่ 10 ปีผ่านมาแล้วยังไม่มาเลย

เอาเป็นว่าดูได้เพลินๆ สำหรับหนังบู๊กังฟูย้อนยุคครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)